การจัดโครงสร้างถึงการจัดแผนกงาน

ศักดา  ศักดิ์ศรีพาณิชย์

เมื่อเร็วนี้ ที่ภาควิชาสาธารณสุข มีการประชุมการจัดโครงสร้างของภาควิชากันใหม่ภายหลังการรวม 2 ภาควิชา คือ  ภาควิชาสาธารณสุขชุมชน กับภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ เป็นหนึ่งภาควิชาสาธารณสุข ผู้เขียนก็เลยมาลองนั่งอ่านตำราเกี่ยวกับบริหารดูว่า  ถ้าเป็นทางทฤษฎีการบริหาร เขาจะทำอย่างไร  ผู้เขียนก็เลยได้ขอสรุปสั้น ๆ ว่า  "การจัดโครงสร้างนั้นจะต้องพยายามค้นหาว่า มีกิจกรรมหรืองานอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การที่ตั้งไว้ และในขั้นตอนของกระบวนการจัดองค์การก็มีการจัดแผนกงาน(แยก ยุบ แบ่ง)ไว้ด้วย" 

หากสนใจลองอ่าน เนื้อหาโดยย่อจากหนังสือชื่อ องค์การและการบริหาร ของ รศ. ธงชัย  สันติวงษ์  ข้างล่างนี้ครับ

การค้นหางานที่จำเป็นต้องมี
เพื่อการจัดโครงสร้างขององค์การที่ดีที่สุด  เราจะต้องมีวิธีการที่จะระบุให้ได้ว่า องค์การมีกิจกรรม หรืองานต่าง ๆ อะไรบ้าง เน้นว่าที่จำเป็นต้องมี  ก็เพื่อให้องค์การนั้นสามารถทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้

นักวิชาการทางบริหารชื่อ  Peter F. Drucker  ได้อธิบายวิธีการค้นหากิจกรรมหรืองาน  โดยพิจารณาทั้งระบบองค์การไว้  3  วิธี

  1. การวิเคราะห์งานต่าง ๆ  : activities analysis
  2. การวิเคราะห์การตัดสินใจต่าง ๆ : decisions analysis
  3. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ต่าง ๆ  : relations analysis

ตามวิธีแรกหรือการวิเคราะห์งานต่าง ๆ  หมายถึง  การวิเคราะห์เพื่อให้ทราบว่ามีงานอะไรบ้างที่จะต้องทำ  งานอะไรบ้างที่จะรวมอยู่ด้วยกัน  และจะต้องมีการเน้นความสำคัญของงานต่าง ๆ อย่างไรภายในโครงสร้างขององค์การ

ตามวิธีที่สองหรือการวิเคราะห์เรื่องการตัดสินใจต่าง ๆ ก็คือ  การพยายามแยกแยะให้เห็นว่า  จะต้องมีการตัดสินใจต่าง ๆ อะไรบ้างในการทำงาน  เรื่องการตัดสินใจต่างๆ เหล่านี้ควรจะทำกันที่ส่วนไหนขององค์การจึงจะเหมาะสมที่สุด  สรุปได้ว่า  วิธีการนี้เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ(Decentralization)และมอบอำนาจ (Authority)ในการทำงาน 

สำหรับวิธีสุดท้ายหรือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ต่าง ๆ หมายถึง  ต้องทราบว่า  ในการทำงานดังกล่าวนั้นเขาจะต้องทำงานร่วมกับใครเกี่ยวข้องกับใคร และผู้บริหารจะมีส่วนช่วยงานของเขาอย่างไรบ้าง  มีจุดติดต่อกัน(Points of contact)ระหว่างกิจกรรมหรือตัวคนฝ่ายต่าง ๆ อะไรบ้าง

กระบวนการจัดองค์การ (Process of Organizing)
ภายหลังจากที่ได้มีการวิเคราะห์ตามวิธีการต่างๆ ดังกล่าวแล้ว  ในขั้นของการดำเนินการจัดองค์การนั้น จะประกอบด้วยกระบวนการจัด 3 ขั้นตอน คือ
  1. พิจารณาแยกประเภทงาน  จัดกลุ่มงาน และออกแบบงานสำหรับผู้ทำงานแต่ละคน
    1.1  พิจารณาแยกประเภท (identification of work)  เพื่อให้ทราบว่า  งานอะไรบ้างที่จะต้องทำ  วิธีการนี้ก็คือดูจากวัตถุประสงค์และแผนงานหรือโครงการ งานต่าง ๆ
    1.2  จัดกลุ่มงาน หรือจำแนกประเภทงาน (grouping of work)  งานที่เหมือนกันให้จัดรวมเข้าเป็นกลุ่มเดียวกัน เพื่อให้มีการจำแนกประเภทไว้ และเป็นไปตามหลักของการแบ่งงานกันทำตามเกณฑ์ของหน้าที่งาน
    1.3  การออกแบบงาน  (designing of individual job) งานกลุ่มต่าง ๆ ย่อมมีปริมาณมากเกินกว่าที่คน ๆ เดียวจะทำได้  ดังนั้น การแบ่งงานจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งตามความสามารถและตามความถนัดในหน้าที่
  2. ระบุขอบเขตของงาน และมอบหมายงาน พร้อมทั้งกำหนดความรับผิดชอบและให้อำนาจหน้าที่
  3. จัดวางความสัมพันธ์
สิ่งที่ได้จากการจัดองค์การ
เมื่อได้ดำเนินการจัดองค์การจนเสร็จสิ้นตามกระบวนการดังกล่าวข้างต้นแล้ว  สิ่งที่จะได้และปรากฏเป็นหลักฐานสำหรับองค์การและผู้ปฏิบัติงานทุกคน ได้แก่
  1. ผังแสดงการจัดองค์การที่เป็นทางการ (the formal organization chart)
  2. คำบรรยายลักษณะงาน (Job description) ของงานแต่ละตำแหน่ง ซึ่งจะประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับ
    2.1  ชื่อตำแหน่ง
    2.2  รายละเอียดของงานที่จะต้องทำ
    2.3  ความรับผิดชอบ
    2.4  อำนาจหน้าที่
    2.5  ความสัมพันธ์ต่าง ๆ

ที่มา  :  ธงชัย  สันติวงษ์  องค์การและการบริหาร ORGANIZATION AND MANAGEMENT  ฉบับแก้ไขปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่  7  กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2535  หน้า  231-235